บริษัท ไทย แปซิฟิค บรรจุภัณฑ์ จำกัด
โทร 02-462-8452, 062-379-7969
  • th

ความรู้ผลิตภัณฑ์


ความรู้ผลิตภัณฑ์

 

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

 

การเลือกลอนลูกฟูกที่เหมาะสมกับสินค้า

แผ่นกระดาษลูกฟูก ประกอบไปด้วยโครงสร้างหลักๆคือแผ่นเรียบที่ปิดผิวทั้ง 2 ฝั่ง และส่วนที่เป็นลอนโค้งๆตรงชั้นกลาง ซึ่งจะเรียกว่า”ลอนลูกฟูก”

โดยทั่วไป กระดาษลูกฟูกที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน จะมีประเภทของลอนประมาณ 4 ประเภท ตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ลอน B มีความหนาประมาณ 3 mm. เหมาะสำหรับกล่องที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก บรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักไม่มากหรือกล่องไดคัท

2. ลอน C มีความหนาประมาณ 4 mm. ค่อนข้างนิยมใช้มากที่สุดเนื่องจากให้ความแข็งแรงพอสมควร

3. ลอน BC มีความหนาประมาณ 6 mm. (กระดาษ 5 ชั้น) เนื่องจากประกอบด้วยกระดาษถึง 5 ชั้น มีทั้งลอน B และลอน C อยู่ในแผ่นเดียวกับ จึงให้ความแข็งแรงมากรับน้ำหนักได้ดี

4. ลอน E เป็นลอนเล็กพิเศษ มีความหนาประมาณ 1.5 mm. เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นกล่องใน หรือกล่องไดคัทที่มีขนาดเล็กๆ เท่านั้น

 


 

การเลือกชนิดและสีของกระดาษ (เกรดกระดาษ)

TPC มีเกรดกระดาษที่หลากหลายให้เลือกใช้ ตามความต้องการของลูกค้า หรือตามแต่จุดประสงค์ในการใช้งาน เช่น ต้องการเข้าห้องเย็น, ต้องการใช้หมุนเวียน หรือเน้นความคุ้มค่า ซึ่งหากลูกค้าไม่มั่นใจ เราสามารถแนะนำให้ได้เช่นกัน โดยเกรดกระดาษหลักๆ ที่ใช้กับกล่องลูกฟูก เบื้องต้นจะมีดังนี้

 

เกรดกระดาษ

สี

ตัวอย่าง

คุณสมบัติ

KA น้ำตาลอมส้ม

มีสีสันสวยงาม (สีเหลืองส้ม) เหมาะกับการบรรจุสินค้าทั่วไป
หรือเพื่อเข้าห้องแช่เย็น เนื่องจากสามารถทนทานต่อความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง

แกรมมาตรฐาน : 125 , 150 , 185 , 230

KI น้ำตาลอ่อน

เป็นกระดาษสีอ่อน (สีครีม หรือสีไข่ไก่) นิยมใช้สำหรับบรรจุสินค้าทั่วไป
เนื่องจากมีสีอ่อนทำให้พิมพ์ออกมาแล้วสีพิมพ์จะค่อนข้างเด่นชัด
ดูสะอาด แต่ราคาไม่สูงเท่ากระดาษสีขาว และมีแกรมให้เลือกมากกว่า

แกรมมาตรฐาน : 125 , 150 , 185

KT น้ำตาลเข้ม

มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นกระดาษรีไซเคิล 100% แต่มีความแข็งแรงสูง 

แกรมมาตรฐาน : 125 , 150 , 175 , 200 , 250

KS ขาว

เนื้อกระดาษสีขาว เหมาะสำหรับกล่องที่ต้องการเน้นความสวยงาม
ในการพิมพ์ หรือเน้นภาพลักษณ์ของสินค้า

แกรมมาตรฐาน : 170

CA น้ำตาลเทา

เป็นเกรดกระดาษที่ผลิตมาสำหรับทำลอนลูกฟูก
หรือใช้ปะผิวกล่องด้านในเท่านั้น (ไม่เหมาะกับการพิมพ์)

แกรมมาตรฐาน : 105 , 125 , 150 , 185

 


 

การวัดขนาดกล่อง

1. มิติภายใน (inside dimension) เป็นการวัดมิติที่เกิดขึ้นจริงด้านในกล่อง (หลังจากที่ขึ้นรูปและปิดฝา) โดยทั่วไปแล้ว ลูกค้าสามารถแจ้งขนาดของสินค้าที่ต้องการบรรจุ เพื่อกำหนดเป็นมิติภายในกล่องได้ทันที

2. มิติทับรอย / ทับเส้น (score line dimension) เป็นการวัดมิติที่เกิดขึ้นจากเส้นทับรอยหรือรอยพับบนกระดาษวิธีการวัดแบบนี้ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการตรวจวัดกล่องในการรับสินค้า (incoming inspection) เนื่องจากให้ความแม่นยำสูงกว่า 2 วิธีแรก หรือใช้ในการออกแบบการพิมพ์ (artwork)

3. มิติภายนอก (outside dimension) เป็นการวัดมิติที่เกิดขึ้นจริงด้านนอกกล่องหลังจากที่ขึ้นรูปและปิดฝา ส่วนใหญ่มักถูกใช้สำหรับคำนวณพื้นที่ในการขนส่ง เช่น พื้นที่ที่ใช้ในการจัดเรียงในตู้คอนเทนเนอร์ หรือเพื่อการจัดเรียงบนพาเลท เป็นต้น